Category Archive : Scooter

ใบขับขี่หมดอายุ

ใบขับขี่หมดอายุ ทำยังไง พี่หมีจะมาเล่าให้ฟัง(ทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์)

หลังจากที่เพื่อนๆ ใบขับขี่หมดอายุแล้ว ในปีนี้ 2564 จะต้องทำยังไงบ้างพี่หมีจะเล่าให้ฟังครับ

เนื่องด้วยสถานการณ์ในปัจจุบันของ โควิด-19 ทำให้กรมการขนส่งทางบกได้ออกมาตรการป้องกันการแพร่กระจายของโรคนี้ โดยท่านสามารถอบรมต่ออายุใบอนุญาตขับรถได้แล้วผ่านระบบ DLT e-learning โดยกรอกข้อมูลและชมวิดีโออบรมความรู้ ตามขั้นตอนดังนี้ครับ

ขั้นตอนการอบรมต่อใบขับขี่ออนไลน์

สามารถใช้ได้ทุกอุปกรณ์ (คอมพิวเตอร์ / สมาร์ทโฟน / แท็บเล็ต)

1. ให้เพื่อนๆเข้าไปที่เว็บไซต์ www.dlt-elearning.com จากนั้นเลือกหัวข้อ “ลงทะเบียน”

2. แล้วทำการระบุข้อมูลให้ครบถ้วน

3. ให้เลือกการอบรม ตามใบอนุญาตขับรถที่ต้องการต่ออายุ

4. เลือกที่หัวข้อ “แบบทดสอบก่อนอบรม”

5. ตอบคำถามแบบทดสอบก่อนอบรม

6. ให้เพื่อนๆดูวีดีโอการอบรมการขับรถให้จบ

7. ตอบคำถามแบบทดสอบหลังอบรม

8. ให้เพื่อนๆบันทึกหน้าจอผลการอบรม เพื่อใช้เป็นหลักฐาน

หลังจากเสร็จแล้วให้เพื่อนๆ จอคิวเพื่อต่อใบขับขี่ออนไลน์ต่อได้เลยครับ

Credit http://www.facebook.com/kumaridelam/

เครื่องชาร์จไฟแบตเตอรี่

ไอเทมน่าใช้สำหรับคนมีรถ(รถยนต์และมอเตอร์ไซค์)

หลังจากวันก่อน พี่หมีได้เขียนบทความเรื่องแบตเตอรี่ของแลมเบรตต้า วันนี้ พี่หมีเจอไอเทม ที่น่าใช้ อีกชิ้นนึง

เป็นอุปกรณ์ สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ ซึ่งพี่หมีเห็นว่า ราคาไม่เเพง 

เหมาะสำหรับติดบ้านไว้ จะได้ไม่ปวดหัวเหมือนพี่หมี

เพราะพี่หมีเคยเจอประสบการณ์ตอนขับรถคันเก่า ชอบสตาร์ทไม่ติดเป็นประจำ 

ยิ่งถ้าอยู่ต่างจังหวัด จะหาคนมาเซอร์วิสถึงบ้านก็ใช้เวลานานเช่นกัน    

ไอเทมที่ว่านี้มันคือตัวชาร์จไฟสำหรับแบตเตอรี่กับไฟบ้าน ไว้เผื่อเหตุฉุกเฉินสตาร์ทไม่ติด ใช้ได้ทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ครับ

มีหน้าจอผล  มีระบบป้องกันต่อผิดขั้ว  น่าจะใช้งานง่ายดีครับ  

  • ซึ่งหลักการก็คือเป็นตัวเเปลงไฟบ้านให้มาชาร์จไฟแบตเตอรี่นั่นเองครับ

ราคาตั้งแต่ 200 – 300 บาท  

ซึ่งพี่หมีไม่ได้ขายนะครับ เท่าที่ลองหาดูมีหลายยี่ห้อ หลายราคา

ลองไปหาดูกันตาม ร้านค้าออนไลน์ได้เลยครับ

ตัวอย่าง แบตเตอรี่ชาร์จเจอร์นะครับ

Credit http://www.facebook.com/kumaridelam/

ตัวอย่างราคาขายในช้อปปี้นะครับ

LAMBRETTA V200 Stype

LAMBRETTA V200 Stype

LAMBRETTA V200 Stype
สัมผัสความทรงจำระดับ Iconic ในคอนเซ็ปต์ Memory of Stype ที่จะพาคุณหวนย้อนสู่วิธีตำนานของ LAMBRETTA
———————————————————-
.
LAMBRETTA V200 Stype
รถรุ่นพิเศษในซีรี่ย์ V-Special การออกแบบรถรุ่นนี้ ได้มีการหยิบยกเอาตำนานอันโด่งดังของ LAMBRETTA SX200 ในอดีต มาถ่ายทอดเอาไว้ใน V200 Stype โดยจุดเด่นที่นำมาถ่ายทอดในรถรุ่นนี้ ได้แก่ เอกลักษณ์ของบังโคลน แบบ Fix Fender
.
———————————————————-
.
LAMBRETTA V200 Stype
มีด้วยกันถึง 3 สี ได้แก่ สีแดง/ขาว , สีเหลือง/ดำ และ สีฟ้า/ดำ
.
ราคาเปิดตัวที่ 104,500 บาท
.
พร้อมรับข้อเสนอพิเศษเฉพาะช่วงงาน Motor Expo 2019 ได้ที่บูธ และโชว์รูมทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึงวันที่ 10 ธ.ค.62
———————————————————-

งานเปิดตัวLambretta G325 ที่มิลาน

เปิดตัวแล้วนะครับ สำหรับ Lambretta G325 Special ในงาน Eicma 2019 ที่ อิตาลี ขนาด 325 cc ซึ่ง Body เป็นเหล็กทั้งหมด ไม่แน่ใจว่าจะนำเข้าไทยมาเมื่อไหร่นะครับ แต่สวยมากๆเลยครับ

อุปกรณ์ตกแต่ง New Lambretta ทั้งหมดของพี่หมี > http://www.kumaridelam.com/shop/

Review เคลือบเซรามิคครั้งแรกในชีวิต มอเตอร์ไซค์ 1 คัน ใช้เวลา 1 วัน ละเอียดเกินไปม้าายยยย

พี่หมีเอารถไปล้างทีไรสังเกตทุกครั้งว่าถึงรถจะสะอาดเอี่ยม ขึ้นเงา แต่สักพักรถพี่หมีกลับไม่เงา สีไม่ฉ่ำเท่าคันอื่นที่เคยเห็นมา แถมรอยขนแมวเต็มเลย ยิ่งรถที่ขับสีดำด้วยพอมองใกล้ๆ จะเห็นเลยว่ามีรอยขนแมวเยอะมากๆ

เลยเกิดความรู้สึกอยากเอารถไปเคลือบแก้วกับเขาบ้าง ร้านที่ล้างรถประจำก็มีเคลือบแก้วเหมือนกัน แต่รถที่ขับอยู่ใช้งานมาหลายเดือนแล้ว ตากแดดตากฝนทุกวัน ไม่เคยขัดสีเลย ทำมากสุดก็แค่ล้าง อยากจะเงาบ้าง เพราะรถคันอื่นเงาแว้บกันทั้งนั้น ก็รู้ล่ะว่ารถเขาเคลือบสีกันถึงดูสวย ไปๆ มาๆ ก็อยากทำบ้าง แต่ราคาอย่างที่รู้กันเคลือบแก้ว เคลือบเซรามิค มีทั้งถูกและเเพง เริ่มตั้งเเต่ 900 บาท ไปจนถึงหลายพัน มันต่างกันอย่างไร พี่หมีจึงเริ่มศึกษา แล้วก็เก็บข้อมูลมาเรื่อยๆ ซึ่งพี่หมี ไม่มีความรู้ด้านนี้เลยสักนิด งานหาข้อมูลก่อนตัดสินใจเลยบังเกิด

หลังจากพี่หมี ศึกษามาสักพัก จึงปรึกษาพี่ร้านล้างรถ ที่ใจดีเคยให้ส่วนลดล้างรถเเฟนเพจพี่หมี พี่เจ้าของร้านใจดี ให้คำแนะนำว่าที่ร้าน U-TURN Bike wash สามารถขัดเคลือบเซรามิคได้ทั้งรถมอเตอร์ไซค์และรถยนต์ ยังงี้ก็เข้าทางพี่หมีซิครับ

ราคาขัดเคลือบ รถยนต์ครับ

พี่หมี จึงนัดวันทำการเคลือบเซรามิค ซึ่งพี่หมีได้เริ่มเอารถเข้าไปทำการเคลือบตั้งเเต่ตอน 10.00 ซึ่งกว่าจะทำเสร็จปาไปเกือบ 19.00 เลยทีเดียวครับ โดยที่คุณยีนส์ และคุณบอลเจ้าของร้าน ทำการ ขัด เคลือบ ด้วยตัวเอง เลยครับ ซึ่งพี่หมีอยากจะทำบทความเกี่ยวกับ การขัดเคลือบเซรามิคอยู่พอดี จึงทำการขออนุญาตกวนคุณบอลและคุณยีนส์ ถ่ายภาพเพื่อนำมาเขียนบทความให้เพื่อนๆ ด้วยครับผม

พระเอกวันนี้ ผลิตภัณฑ์ Pretty gloss

น้ำยาเคลือบเซรามิคของ Pretty Gloss
ผลิตภัณฑ์นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น
ให้ค่าความแข็งสูงถึง 9H
และมีใบรับรองจากสถาบันตรวจสอบ SGS
(สามารถดูข้อมูลใบรับรองเพิ่มเติมได้ที่ https://cutt.ly/qeu74kx)

โรงขัดเคลือบสไตล์โฮมดีเทลลิ่ง ที่นิยมในต่างประเทศ

สถานที่ขัดเคลือบ ทั้งมอเตอร์ไซค์และรถยนต์ครับ

กระป๋องสำหรับล้างรถครับ

สถานที่ขัดเคลือบ จะทำการ ล้าง ขัด เคลือบ ในบ้านคุณบอลเจ้าของร้านเลยครับ คุณบอลได้สร้างโรงขัดเคลือบ ไว้ภายในบ้าน รองรับรถยนต์ได้ สองถึง สามคัน ซึ่งมีเครื่องไม้เครื่องมือทันสมัย และพร้อมมากๆเลย ตั้งเเต่กระป๋องล้างรถ ก็ใช้แบบเฉพาะ ไม่ใช่กระป๋องธรรมดา จะมีตัวดัก เศษหิน ดินทราย ไม่ให้ย้อนขึ้นมาเข้าผ้าอีกรอบนับว่าเป็นการใส่ใจจริงๆครับ

เครื่องขัดยี่ห้อ Rupes พี่หมีไม่รู้จักแต่คุณบอลบอกว่า พวกขัดเคลือบ Super car ใช้ยี่ห้อนี้กันหมด ซึ่งที่นี่ มีหลายเครื่องเลยทีเดียวครับ และปั๊มลมพี่หมีไม่เข้าใจว่าทำไมต้องใหญ่ขนาดนี้ คุณบอลก็บอกว่า เอาใหญ่ๆไว้ก่อนเวลาทำรถคันใหญ่กลัวลมไม่พอครับ

เครื่องเช็คความหนาของชั้นแลคเกอร์

เครื่องมือที่นี่พร้อมจริงๆครับ มีการเช็คความหนาของแล็คเกอร์ว่ามีความหนาเท่าไร เพื่อประเมินสภาพพื้นผิว ซึ่งแต่ละคันสภาพพื้นผิวไม่เหมือนกัน เครื่องนี้จะใช้ได้กับวัสดุที่เป็นเหล็กนะครับ พลาสติกไม่สามารถใช้งานได้

เริ่มต้นจะทำการ ล้างรถพี่หมีที่เลอะๆ ให้สะอาดก่อนทำการขัด ครับ

ทำการ ติดเทปกาวย่นเพื่อปกป้องพวกโลโก้ต่างๆ ไม่ให้เสียหาย จากการขัดในรอบสูงครับ

ขั้นตอนที่สำคัญที่สุด ในการเคลือบเซรามิค คือการเคลียร์พื้นผิวก่อนทำการเคลือบให้ได้ มากที่สุด ที่ร้านอื่นไม่รู้ เเต่ที่นี่ พี่หมีว่า เจ้าของให้ความใส่ใจกับรถของลูกค้ามากเลย

เหมือนทำรถตัวเองเลยครับ ขัดแล้วขัดอีก ขัดแล้วขัดอีก ทำทั้งวัน ทำอยู่คันเดียว ตั้งแต่ 10.00-19.00 เลยครับ พี่หมีอยากดูขั้นตอนเลยไม่ได้ไปไหน ขัดกันไม่หยุดไม่หย่อนจริงๆครับ

ไปดูกันว่าต้องขัดอะไรอย่างไรกันบ้าง

ลงน้ำยาสลายคราบ ขัดลบรอยลึก ขัดปรับสภาพ ขัดเงา เพื่อให้ผิวรถออกมาดีที่สุด ซึ่งเบอร์น้ำยา กับเบอร์ของฟองน้ำก็ต้องสัมพันธ์กัน มีทั้งแบบหยาบ และเเบบละเอียด

ไฟฉายสำหรับงานขัดสีโดยเฉพาะ

รอยขนแมวก่อนทำการขัดเยอะมากๆเลยครับ ขัดไปก็ใช้ไฟฉายสำหรับส่องรอยไปครับ เนี๊ยบทุกตารางนิ้วจริงๆ

ช่วงเวลาขัดเคลียร์พื้นผิว จะเป็นช่วงที่ทำนานที่สุดนะครับ แต่พี่หมีก็นั่งดูอยู่ตลอด คุณบอลและคุณยีนส์ ก็ทำตลอดจริงๆ

ฟองน้ำขนาดเล็ก สำหรับมอเตอร์ไซค์

ผมเห็นการขัด จึงเข้าใจทันทีว่า การเคลือบเซรามิค ราคาถูกกับราคาแพง มันต่างกันอย่างนี้นี่เองครับ วันเดียว ได้แค่ หนึ่งคัน

คุณบอลเจ้าของบ้าน เจ้าของร้านU-Turn Shop

คุณบอลบอกว่า ไม่เน้นปริมาณ แต่เน้นคุณภาพ ไม่อยากทำลวกๆ อยากให้เจ้าของได้สิ่งที่ดีที่สุดครับ

ขัดๆ กันเข้าไปครับผม

รอยขนแมวเยอะมากครับ
คุณยีนส์ ขัดๆจนใสครับ

เปรียบเทียบกัน ก่อนและหลังขัด เห็นชัดๆกันไปครับ

เปิดไฟส้มเก็บรอยรอบคันอีกรอบครับ

หลังจากขัดลบรอย ยังไม่เสร็จครับ ยังต้องทำการ ขัดชักเงาเพิ่ม ใช้ไฟสีส้มจากบนเพดานเพื่อหารอยอีกรอบครับ

ขัดไปส่องไปเลยครับ

คุณบอลบอกว่าไฟสีส้มจะทำให้เห็นรอยง่าย ร้านเคลือบสีทั่วไปจะใช้แต่ไฟเส้นๆ ในการตรวจรับงาน จะทำให้การตรวจรับงานง่าย แต่ถ้ามีไฟส้มด้วย จะเห็นรอยง่ายครับ

เงาตาแตก

ขัดเงาเสร็จแล้ว เหมือนกระจกเลยครับ ไม่อยากเชื่อ นี่คือฝาข้างที่รอยเยอะๆ

Cotton buds สำหรับจุดซ่อนเร้น

ไม่ทิ้งรายละเอียดเล็กๆ เยี่ยมมากครับผม

ใต้เบาะก็เช็ดครับ
เก็บรายละเอียด
คุณยีนส์ก็ช่วยเก็บรายละเอียด

Home Detailing สไตล์บ้านๆ ไม่เหมาะกับคนเร่งรีบครับ

หลังจากเช็ครอยต่างๆเรียบร้อยแล้ว ทำการล้างรถอีกรอบครับ

ฉีดโฟม วนไปครับ
ทั่วคันแล้วครับ
ล้างเสร็จ ก็เช็ดด้วยผ้าซับน้ำ
เป่าลมเคลียร์น้ำออกให้หมดครับ
พลาสติกส่วนทะเบียนก่อนเคลือบดูสีซีดครับ
เริ่มการพ่นเคลือบเซรามิค Pretty Gloss ครับ
พ่นให้ทั่วๆ ทั้งคัน
พ่นเคลือบแคร้งด้วย

ขั้นตอนการพ่นเคลือบเซรามิค โดยใช้เครื่องพ่นจะสามารถทำให้น้ำยากระจายไปทั่วถึงกว่าการเช็ดน้ำยาด้วยฟองน้ำครับ เคล็ดลับของทางร้านคือจะใช้ผ้าใหม่ตลอด ในการขัดน้ำยาเคลือบเซรามิค เพื่อรถจะได้ไม่มีรอยขีดข่วนจากผ้าที่ไม่สะอาดครับ

พ่น Top Coat

หลังจาก พ่นเซรามิคเสร็จแล้ว จะมีขั้นตอนเคลือบด้วย Top coat เพื่อให้น้ำยาเคลือบเซรามิคอยู่ได้นานขึ้น เพิ่มความลื่น เงา ของเซรามิคครับ พี่หมีลองจับดู ลื่นขึ้นจริงๆครับ

เครื่องอบสีอินฟาเรดนำเข้า

พ่นเสร็จแล้ว ถึงเวลาอบสี ด้วยเครื่องอบอินฟาเรด อบรอบคันครับ ใช้เวลา 5-10 นาทีต่อด้าน

อบทุกด้าน
ด้านหน้าด้วยครับ
ผลงานครับ
เสร็จแล้วครับ

หลังจากอบอินฟาเรดแล้ว สามารถใช้งานได้ตามปกติเลยครับผม เยี่ยมมากๆ

ประกอบชิวบังลมเข้าที่เดิม
เงาเนียนมากครับ
ใส่ตะแกรงหน้าสไตล์ยุโรปของพี่หมีเข้ากันสุดๆไปเลยครับ
หมีน้อยยิ้มอ่อนดีใจ ผลงานดีมากๆครับ

คลิบทดสอบการเกาะตัวของน้ำหลังจากผ่านไป 24 ชม.

คลิบทดสอบการเกาะตัวของน้ำ จะเห็นว่าน้ำจะไม่เกาะตัวรถ กลิ้งออกแบบใบบัวเลยครับผม

คลิปการทดสอบการเกาะของน้ำหลังจากผ่านไป 1 สัปดาห์

หลังจากผ่านไป 1 สัปดาห์ ทดสอบการเกาะตัวของน้ำโดยใช้น้ำจากขวดเทลงไปเลย จะเห็นว่าพื้นผิวของตัวรถลื่นมากๆ น้ำเเทบจะไม่เกาะให้เห็นเลยครับ

สรุป ค่าใช้จ่ายในการเคลือบเซรามิค ของร้าน U-Turn Bike Wash ราคาเริ่มต้น 2,900 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดของรถ ส่วนตัวเเล้วพอใจมากๆ คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปจริงๆ และคุ้มค่ากับเวลาที่ใช้ไปครับ


โปรโมชั่นพิเศษสุดๆ สำหรับเพื่อนๆ เพียงบอกว่ามาจากเพจ พี่หมีขี่แลม พี่เจ้าของร้านใจดี ให้ส่วนลดไปเลย 20% จากราคาปกติ ติดต่อโดยตรงได้เลยครับผม

สนใจติดต่อ คุณยีนส์ 083-8245008

Line:@uturnshop มี@ด้วยนะครับ

Page https://www.facebook.com/uturnbikewash/

และ Page https://www.facebook.com/uturncardetailing/

รถมอเตอร์ไซค์หรือสกู๊ตเตอร์ขับขี่แบบไหน ปลอดภัยกับชีวิต

จักรยานยนต์หรือรถมอเตอร์ไซค์สกู๊ตเตอร์ เป็นที่นิยมมากในประเทศไทย และมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะความสะดวก คล่องตัวเมื่อใช้งานไปยังสถานที่ต่างๆ สามารถหลีกเลี่ยงรถติดได้ดี และนอกจากรถสกู๊ตเตอร์แล้วยังมีบิ๊กไบค์ที่เริ่มเพิ่มจำนวนบนท้องถนนมากขึ้น

Generated by pixel @ 2019-10-09T08:36:35.141708

แม้ว่าการควบคุมการจำหน่ายรถบิ๊กไบค์จะยังไม่เข้มงวดมากนักจนเริ่มเห็นผู้ขับขี่รถขนาดใหญ่มีตั้งวัยเด็กมัธยมจนถึงอายุมากๆ ซึ่งไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ที่ขับขี่จักรยานยนต์นั้น

มีทั้งเคารพและไม่ปฏิบัติตามกฏจราจรกันจนควบคุมได้ลำบากขึ้น ด้วยความสะดวกสบายคล่องตัวนี่ของรถจักรยานยนต์เอง จึงส่งผลให้ในบางครั้งผู้ขับรถจักรยานยนต์มักจะกระทำผิดกฏจราจรได้ง่าย และมักทำเป็นประจำจนคุ้นเคย เช่น วิ่งเลนขวาสุด, ไม่สวมหมวกกันน็อค, วิ่งสวนทาง, วิ่งบนทางเดินทาง, จอดรถยนต์หรือจักรยานยนต์บนฟุตบาท ฯลฯ  

ขับขี่บนฟุตบาทแบบย้อนศรเป็นภาพที่เห็นจนชินตา
มอเตอร์ไซค์ ขี่รถขึ้นทางด่วน แถมไม่ใส่หมวกกันน็อค

คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่าทำไมรถจักยานยนต์มักถูกเรียกตรวจบ่อยๆ

หนึ่งในสาเหตุ ก็คือการขับขี่เลนขวา, วิ่งขวา, แซงชวา หรืออาจขับขี่ผิดช่องทาง รวมทั้งการขับขี่เป็นที่อันตราย และน่าหวาดเสียว จนทำให้เป็นเหตุให้ถูกเรียกตรวจจากตำรวจจราจรเสมอๆ ทั้งที่ในพระราชบัญญัติจราจรทางบกนั้นก็ได้กำหนดลักษณะการเดินรถในช่องทางของรถจักรยานยนต์เอาไว้ชัดเจนแล้ว และเราก็ควรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

กฎหมายที่ควรรู้ในการขับขี่รถจักรยานยนต์ กฎหมายควรรู้ในบางข้อของการขับทั้งรถยนต์และจักรยานยนต์ที่เราควรทราบนั้น มีกันอยู่หลายเรื่อง

วันนี้เราจะขอยกตัวอย่างเฉพาะบางส่วนที่สำคัญมาฝากกันครับ มาตรา 33 ในการขับรถ ผู้ขับขี่ต้องขับรถในทางเดินรถด้านซ้าย และต้องไม่ล้ำกึ่งกลางของทางเดินรถ เว้นแต่ในกรณี ต่อไปนี้ ให้เดินทางขวาหรือล้ำกึ่งกลางของทางเดินรถได้
(1) ด้านซ้ายของทางเดินรถมีสิ่งกีดขวางหรือถูกปิดการจราจร
(2) ทางเดินรถนั้นเจ้าพนักงานจราจรกำหนดให้เป็นทางเดินรถทางเดียว
(3) ทางเดินรถนั้นกว้างไม่ถึงหกเมตร

มาตรา 34 ในการใช้ทางเดินรถที่ได้จัดแบ่งช่องเดินรถในทิศทางเดียวกันไว้ตั้งแต่สองช่องขึ้นไป หรือที่ได้จัดช่อง เดินรถประจำทางไว้ในช่องเดินรถซ้ายสุดผู้ขับขี่ต้องขับรถในช่องซ้ายสุดหรือใกล้กับช่องเดินรถประจำทางเว้นแต่ในกรณีต่อไปนี้ ให้เดินทางขวาของทางเดินรถได้
(1) ในช่องเดินรถนั้นมีสิ่งกีดขวางหรือถูกปิดการจราจร
(2) ทางเดินรถนั้น เจ้าพนักงานจราจรกำหนดให้เป็นทางเดินรถทางเดียว
(3) จะต้องเข้าช่องทางให้ถูกต้องเมื่อเข้าบริเวณใกล้ทางร่วมทางแยก
(4) เมื่อจะแซงขึ้นหน้ารถคันอื่น
(5)(1) เมื่อผู้ขับขี่ขับรถด้วยความเร็วสูงกว่ารถในช่องเดินรถด้านซ้าย

มาตรา 35(2) รถที่มีความเร็วช้า หรือรถที่มีความเร็วต่ำกว่าความเร็วของรถคันอื่นที่ขับในทิศทางเดียวกัน ผู้ขับขี่ ต้องขับรถให้ใกล้ขอบทางเดินรถด้านซ้ายเท่าที่จะกระทำได้ ผู้ขับขี่รถบรรทุก รถบรรทุกคนโดยสาร รถจักรยานยนต์ในทางเดินรถซึ่งได้แบ่งช่องเดินรถในทิศทางเดียวกันไว้ ตั้งแต่สองช่องขึ้นไป หรือได้จัดช่องเดินรถประจำทางด้านซ้ายไว้โดยเฉพาะ ต้องขับรถในช่องเดินรถด้านซ้ายสุด หรือใกล้เคียงกับช่องเดินรถประจำทางแล้วแต่กรณี ความในวรรคสองมิให้ใช้บังคับแก่รถยนตร์บรรทุกส่วนบุคคลที่มีน้ำหนักไม่เกินหนึ่งพันหกร้อยกิโลกรัม และรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกินเจ็ดคน ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์

มอเตอร์ไซค์วิ่งเลนขวา

จะเห็นว่ามีกฎจราจรช่วงหนึ่งระบุว่า “รถจักรยานยนต์ในทางเดินรถซึ่งได้แบ่งช่องเดินรถในทิศทางเดียวกันไว้ ตั้งแต่สองช่องขึ้นไปหรือได้จัดช่องเดินรถประจำทางด้านซ้ายไว้โดยเฉพาะ ต้องขับรถในช่องเดินรถด้านซ้ายสุด หรือใกล้เคียงกับช่องเดินรถประจำทางแล้วแต่กรณี” โดยในปัจจุบันผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์นั้นมักจะขับเลนขวา หรือแซงตามอำเภอใจ ซึ่งเราควรระมัดระวังและเคารพกฎจราจรนี้โดยเคร่งครัดนะครับ หากฝ่าฝืนอาจถูกจับปรับได้ 

ตัวอย่างค่าปรับที่เกิดจากการกระทำผิดกฎจราจร มีรายละเอียดดังนี้ ข้อหา ฐานความผิด บทมาตรา และอัตราโทษ ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 (แก้ไขเพิ่มเติมถึง พ.ศ.2538)

  • ขับรถฝ่าฝืนสัญญาณไฟแดง ปรับไม่เกิน 1,000 บาท ปรับ 300 บาท
  • ไม่หยุดรถหลังเส้น ให้รถหยุดเมื่อมีสัญญาณไฟแดง ปรับไม่เกิน 1,000 บาท ปรับ 300 บาท 
  • ไม่ขับรถที่มีความเร็วช้าให้ใกล้ขอบทางด้านซ้ายในทางเดินรถที่มีสวนกันได้ ปรับตั้งแต่ 200-500บาท ปรับ 200 บาท 
  • เลี้ยวรถหรือเปลี่ยนช่องเดินรถโดยไม่ให้สัญญาณ ปรับตั้งแต่ 400-1,000บาท ปรับ 400 บาท 
  • ขับรถในลักษณะกีดขวางการจราจร จำคุกไม่เกิน 3 เดือนหรือปรับตั้งแต่ 2,000 – 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • ขับรถในลักษณะกีดขวางการจราจร ปรับตั้งแต่ 400 – 1,000 บาท ปรับ 400 บาท 
  • ขับรถบนทางเท้าโดยไม่มีเหตุอันสมควร (เว้นแต่รถเข็นสำหรับทารก คนป่วย หรือคนพิการ) ปรับตั้งแต่ 400-1,000 บาท ปรับ 400 บาท
  • กลับรถในทางเดินรถกีดขวางการจราจร ปรับตั้งแต่ 200-500 บาท ปรับ 200 บาท 
  • กลับรถในระยะ 100 เมตร จากเชิงสะพาน ปรับตั้งแต่ 400-1,000 บาท ปรับ 400 บาท 
  • กลับรถที่ทางร่วมทางแยก (เว้นแต่จะมีเครื่องหมายจราจรให้กลับรถได้) ปรับตั้งแต่ 400- 1,000 บาท ปรับ 400 บาท 
  • หยุดรถหรือจอดรถในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจราจรที่อธิบดีกำหนดในทางเดินรถโดยไม่มีอำนาจ ปรับไม่เกิน 500 บาท ปรับ 200 บาท 
  • ไม่จอดรถทางด้านซ้ายของทางเดินรถ ปรับไม่เกิน 500 บาท ปรับ 200 บาท 
  • จอดรถไม่ขนานชิดกับขอบทางหรือไหล่ทางในระยะห่างเกินกว่า 25 ซม. ปรับไม่เกิน 500 บาท ปรับ 200 บาท 
  • หยุดรถบนทางเท้าโดยไม่มีเหตุผลสมควร ปรับไม่เกิน 500 บาท ปรับ 200 บาท 
  • หยุดรถตรงปากทางเข้าออกของอาคาร หรือทางเดินรถโดยไม่มีเหตุผลสมควร ปรับไม่เกิน 500 บาท ปรับ 200 บาท 
  • จอดรถบนทางเท้า ปรับไม่เกิน 500 บาท ปรับ 200 บาท 
  • ขับรถเร็วเกินอัตรากำหนด ปรับตั้งแต่ 200 – 500 บาท ปรับ 400 บาท 
  • ขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่สวมหมวกนิรภัย (มิให้ใช้บังคับแก่ภิกษุสามเณร นักพรต นักบวช ผู้นับถือลัทธิศาสนาที่ใช้ผ้าโพกศีรษะตามประเพณีนิยม ปรับไม่เกิน 500 บาท ปรับ 200 บาท 
  • โดยสารรถจักรยานยนต์ไม่สวมหมวกนิรภัย (มิให้ใช้บังคับแก่ภิกษุสามเณร นักพรต นักบวช ผู้นับถือลัทธิศาสนาที่ใช้ผ้าโพกศรีษะตามประเพณีนิยม ปรับไม่เกิน 500 บาท ปรับ 200 บาท 

สามารถเข้าไปดูรายละเอียดแบบเต็มได้ที่นี่ ข้อหาหรือฐานความผิดตามกฎหมายที่ควรทราบ การขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างปลอดภัย  การขับขี่รถจักรยานยนต์ให้ปลอดภัยนั้น เป็นสิ่งสำคัญอีกอย่างที่ผู้ขับขี่ควรทราบและนำไปปฏิบัติ เพื่อให้เกิดประโยชน์และความปลอดภัยมากที่สุด โดยมีหลักพื้นฐาน การขับขี่ปลอดภัย 10 ประการ ดังนี้ครับ 

หมวกกันน็อค ป้องกันอันตราย
  1. สวมหมวกกันน็อคทุกครั้งเวลาขับขี่รถจักรยานยนต์
  2. หมั่นตรวจระบบเบรก ยาง และระบบส่องสว่างให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมใช้งานอยู่เสมอ 
  3. มองดูด้านหลัง และให้สัญญาณไฟทุกครั้งเมื่อเปลี่ยนช่องทาง
  4. จดจำสัญญาณจราจรที่สําคัญ 
  5. อย่าขับขี่รถจักรยานยนต์ สวนทางหรือข้ามช่องทางวิ่ง
  6. โปรดระมัดระวัง และลดความเร็วทุกครั้ง เมื่อพบกับสภาพถนนที่ขรุขระเป็นหลุมทราย และถนนเปียกลื่น 
  7. อย่าขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกําหนด
  8. ห้ามเสพหรือดื่มของมึนเมาขณะขับขี่รถจักรยานยนต์
  9. การขับขี่รถจักรยานยนต์ผ่านนบริเวณสี่แยกควรหยุดรถ หรือชะลอความเร็วของรถ 
  10. การขับขี่รถจักรยานยนต์บนถนนที่ไม่มีไฟส่องสว่าง ควรขับโดยใช้ความเร็วต่ำกว่าเวลากลางวัน 
สวมรองเท้า เหมาะกับการขับขี่ ไม่ใส่รองเท้าแตะ
สวมเครื่องป้องกันเเละถุงมือเวลาขี่รถ

และเนื่องจากในปัจจุบันที่มีจำนวนรถจักรยานยนต์ที่มากขึ้นไม่ว่ารถเล็กหรือรถใหญ่ มักมีสมรรถนะที่ดีขึ้นแรงและทำให้ใช้ความเร็วสูงๆ กันมากขึ้น จึงควรเพิ่มความปลอดภัยอีกระดับด้วยการสวมใส่ชุดที่มีการ์ดป้องกันร่างการ รองเท้าควรหุ้มส้น และให้คิดลบไว้เสมอว่า “มีโอกาสเกิดสิ่งไม่คาดคิดได้ตลอดเวลา” เพื่อความไม่ประมาท

การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เมื่อเกิดอุบัติเหตุขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ ในชีวิตประจำวันการขับขี่รถจักรยานยนต์อาจมีหลายปัจจัยที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ เรามาดูกันว่าในบางเหตุการณ์ เราจะแก้ไขปัญหาเหล่านั้นอย่างไรได้บ้างครับ

ถนนที่มีน้ำมัน – ใช้เกียร์ต่ำเร่งเครื่องให้อยู่ในระดับหนึ่งตลอดเวลา เมื่อพ้นถนนที่มีน้ำขังแล้ว ให้ใช้เบรกเป็นระยะๆ เพื่อไล่น้ำออกจากระบบเบรกจนเบรกอยู่ในสภาพปกติ ในกรณีที่เครื่องยนต์ดับ ต้องจูงรถไปให้พ้นน้ำ ถอดหัวเทียนออกมา เช็ดทําความสะอาดให้แห้ง รวมทั้งตรวจสอบและทําให้ระบบไฟจุดระเบิดปราศจากความชื้น และนําอุปกรณ์ต่าง ๆ ประกอบเข้าที่อย่างถูกต้องแล้ว จึงติดเครื่องยนต์ใช้งานต่อไป 

ถ้าขับขี่บนถนนมีน้ำขัง – ควรขับด้วยเกียร์ต่ำ เร่งเครื่องให้อยู่ในระดับใดระดับหนึ่งตลอดเวลา และใช้เบรกเป็นระยะ ถ้าเครื่องดับต้องจูงรถให้พ้นน้ำและถอดหัวเทียนออกมาเช็ดทําความสะอาดให้แห้ง รวมทั้งตรวจสอบระบบไฟจุดระเบิดให้ปราศจากความชื้นด้วย หลังจากนั้นประกอบเข้าที่แล้วสตาร์ตเครื่องใช้งานต่อไป  

ถ้าเบรกไม่ทํางาน – ขั้นแรก ควรตั้งสติ ให้ดีเสียก่อน แล้วค่อยๆ ลดเกียร์ต่ำสุดเพื่อให้เครื่องยนต์ช่วยเบรก เมื่อสามารถหยุดได้แล้ว ควรเร่งแก้ไขข้อผิดพลาด และขณะที่เกิดเหตุควรบีบแตรไว้ตลอดเวลา เพื่อเตือนให้รถคันอื่นทราบว่าท่านกําลังประสบปัญหา 

ถ้าคันเร่งค้าง – ปิดกุญแจสวิตซ์หรือดึงสายไฟ เพื่อตัดระบบจุดระเบิดเครื่องยนต์

ถ้าเครื่องร้อนเกินไป – เมื่อเครื่องยนต์เกิดความร้อนสูง ลูกสูบอาจเกิดอาการฝืด และเกิดเสียงเหมือนใช้เครื่องยนต์ช่วยเบรก (ขณะแล่นอยู่โดยไม่เร่งเครื่อง) เมื่อเกิดอาการเช่นนี้ควรเข้าเกียร์ว่างทันที เพื่อป้องกันปัญหาเครื่องหยุดทํางาน และแตะเบรกเบาๆ ถ้ารถของท่านระบายความร้อนด้วยน้ำ อย่ารีบร้อนเปิดฝาหม้อน้ำเพราะอาจถูกน้ำร้อนลวกได้ ควรรอให้เครื่องยนต์เย็นพอสมควรจึงค่อยตรวจดูน้ำมันเครื่อง และน้ำหล่อเย็น 

ถ้าเกิดยางระเบิด – ควรตั้งสติควบคุมรถให้ดี ใช้เข่าทั้งสองข้างบีบถังน้ำมัน ปล่อยให้รถช้าลงด้วยตัวของมันเองแล้วจึงใช้ห้ามล้อ และนํารถเข้าจอดในที่ปลอดภัย

ถนนมีหลุมลึก – หาหจำเป็นต้องขับขี่ผ่านหลูมลึกหรือผิวถนนที่ขระขระมากๆ ควรยืมขึ้นในลักษณะย่อเข่าเล็กน้อย พร้อมทั้งโยกตัวไปในทิศทางตรงกันข้ามกับระดับตัวรถที่เอียงเมื่อขับผ่านหลุมหรือเนินต่างๆ จะช่วยให้ควบคุมรถได้ดีกว่าการนั่ง

เบรกแล้วล้อล็อก – ในกรณีเบรกแล้วล้อล็อก สำหรับรถที่ไม่มีระบบ ABS ส่วนมากมักเกิดที่ล้อหลัง ดังนั้น เมื่อเกิดการล็อคและลื่นไถลของล้อควรใช้น้ำหนักของเบรกหน้าเพิ่มขึ้นหรือควรผ่อนเบรกหลังและเพิ่มแรงสลับกันถี่ๆ เพื่อให้ล้อหมุนกลิ้งกับพื้นถนนให้มากที่สุด และหากเกิดกับล้อหน้าให้ใช้วิธีเดียวกัน เพื่อให้สามารถควบคุมทิศทางของรถและลดความเร็วลงได้อย่างปลอดภัย

การใช้รถใช้ถนนไม่ว่าเป็นรถยนต์ จักรยานยนต์สกู๊ตเตอร์ หรือแม้แต่จักรยาน ย่อมมีกฏระเบียบในการใช้ถนนสาธารณะเป็นมาตรฐาน เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย และความปลอดภัยต่อชีวิตของตนเองและผู้อื่น เราควรขับรถให้ถูกกฏ และควรรู้วิธีการขับขี่อย่างปลอดภัยควบคู่กันไปด้วย จะช่วยลดอุบัติเหตุ พร้อมทั้งเพิ่มวินัยจราจร และที่สำคัญอาจทำให้ปัญหารถติดลดน้อยลงอีกด้วยนะครับ

อุปกรณ์ตกแต่ง New Lambretta ทั้งหมดของพี่หมี > http://www.kumaridelam.com/shop/

ฟีเจอร์ใหม่ ของ Google Map

กูเกิลเพิ่มฟีเจอร์แจ้งปัญหาบนท้องถนนให้ Google Maps ใน iOS ได้แก่

อุบัติเหตุบนท้องถนน, จุดตรวจจับความเร็ว,

พื้นที่ที่จราจรติดขัดรถเคลื่อนตัวช้า ซึ่ง Android

สามารถใช้งานได้มาก่อนแล้ว

นอกจากนี้ยังเพิ่มรูปแบบของเหตุการณ์เข้าไปอีก 4 เหตุการณ์ที่สามารถแจ้งได้

ซึ่งรองรับทั้ง 2 ระบบปฏิบัติการ ได้แก่ ได้แก่ พื้นที่ก่อสร้าง, ปิดเลนบนถนน, รถเกิดปัญหาขวางการจราจรและสิ่งกีดขวางบนถนน

ซึ่งฟีเจอร์นี้ทำงานในโหมดนำทาง (Navigation Mode) โดยเราสามารถรายงานปัญหาได้โดยกดเครื่องหมาย + ก่อนจะกดเพิ่มการแจ้งเตือน (Add a report) ได้เลย โดยฟีเจอร์นี้เริ่มใช้ที่ต่างประเทศแล้ว ไทยน่าจะได้ใช้งานเร็ว ๆ นี้

Credit > https://www.facebook.com/kumaridelam/videos/665380403989329/

300HPE

VESPA GTS SUPER 300 HPE

VESPA GTS SUPER 300 HPE

เครื่องยนต์ : เป็นแบบ 4 จังหวะ สูบเดี่ยว 4 วาล์ว

ระบายความร้อน : ด้วยน้ำ

ปริมาตรเครื่องยนต์ : 278 ซีซี.

กระบอกสูบ x ระยะชัก เท่ากับ : 75 x 63 มม.

ระบบจ่ายเชื้อเพลิง : ด้วยหัวฉีดอิเล็กทรอนิคส์

ชุดคลัทช์ : เป็นแบบแรงเหวี่ยง

ระบบเกียร์ : ออโตเมติค CTV

ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ : ด้วยระบบไฟฟ้า

ให้กำลังสูงสุด : 23.8 แรงม้า ที่ 8,250 รอบ/นาที

แรงบิดสูงสุด : 26 นิวตัน-เมตร ที่ 5,250 รอบ/นาที

โครงสร้างตัวรถ : เป็นเหล็กที่ได้รับต้นแบบมาจาก VESPA รุ่นเก่า

ไฟหน้า : เป็นแบบ LED

หน้าจอแสดงผล : เป็นแบบ TFT ขนาด 4.3 นิ้ว รายงานค่าต่างๆ พร้อมรองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน

กระจกมองข้าง : เป็นทรงกลม โครเมี่ยม

แฮนด์ : เน้นการขับขี่ที่สบาย

แผงตระแกงข้างบังลม : เป็นลายรังผึ้ง

เก๊ะเก็บของด้านหน้า : สามารถเก็บของได้เล็กน้อย มีช่องเสียบ USB สำหรับชาร์จอุปกรณ์

เบาะนั่ง : ดีไซน์ทรงใหม่นั่งสบาย พร้อมที่เก็บของใต้เบาะนั่งสามารถเก็บหมวกกันน็อคแบบเต็มใบได้ 2 ใบ

ที่วางเท้า : มีขนาดใหญ่

ไฟท้าย : เป็นแบบ LED

มิติตัวรถ
– ยาว/กว้าง เท่ากับ 1,950/755 มม.
– ระยะห่างฐานล้อ 1,380 มม.
– ความสูงเบาะนั่ง 790 มม.
– ความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง 7 ลิตร
– น้ำหนักรถ 148 กิโลกรัม

ระบบกันสะเทือน
– ด้านหน้า เป็นช็อคอับเดี่ยวแบบ Enhanced Sliding System สไตล์ดั้งเดิม
– ด้านหลัง เป็นช็อคอับเดี่ยวปรับตั้งค่าความแข็งของสปริงได้ 4 ระดับ

ระบบเบรก
– หน้า เป็นดิสเบรกขนาด 200 มม. คาลิปเปอร์ 2 ลูกสูบ
– หลัง เป็นดิสเบรกขนาด 200 มม. คาลิปเปอร์ 2 ลูกสูบ พร้อมระบบ ABS และ Tilt-Sensor ตรวจจับการเอียงของรถ พร้อมระบบ ASR-Anti Slip Regulation ป้องกันการลื่นไถล

วงล้อ/ยาง
– ล้อหน้า เป็นอะลูมิเนียมอัลลอยลาย 5 ก้าน ขนาด 12 นิ้ว สวมยาง 120/70
– ล้อหลัง เป็นอะลูมิเนียมอัลลอยลาย 5 ก้าน ขนาด 12 นิ้ว สวมยาง 130/70

รหัส HPE ของ VESPA GTS SUPER 300 หมายถึง HIGH PERFORMANCE ENGINE เป็นโมเดลใหม่สุดที่แยกย่อยเป็น 5 รุ่นคือ VESPA GTS, GTS TOURING, GTS SUPER, GTS SUPER SPORT และ VESPE GTS SUPRE TECH

ราคา เปิดตัวประเทศไทย 234,900 บาท ช่วงเปิดตัวราคาเเนะนำ 229,900 บาท

ขอขอบคุณภาพจาก www.bennetts.co.uk

วิธีการติดสติกเกอร์ไม่ให้มี ฟองอากาศ

อุปกรณ์ที่ใช้ในการติดสติกเกอร์นะครับ

1.1 กระบอก Foggy หรือกระบอกฉีดน้ำรีดผ้าทั่วไปนี่ล่ะครับ ทั้งกระบอกนั่นใส่ ซันไลต์หรือน้ำยาล้างจานยี่ห้ออะไรก็ได้ ช้อนชาเดียว อย่ามากไปกว่านี้ เดี๋ยวจะลื่นจนติดไม่ได้ครับ ถ้าไม่มีกระบอกฉีด ให้ละลายซันไลต์ใส่ขันก็ได้ครับ

1.2 บัตรพลาสติกจำพวกบัตร ATM หรือบัตรสมาชิกอะไรก็ได้(ที่ไม่ใช้แล้ว)

1.3 ผ้าผืนเล็กๆ นุ่มๆ สะอาดๆ

1.4 ไดร์เป่าผม

Foggy ฉีดน้ำ

2. มาทำยางปาด Sticker กันก่อนครับ (ไม่ต้องไปซื้อครับ ใช้แค่ครั้งสองครั้งเอง)
นำบัตรพลาสติกมาหุ้มผ้าแล้วรัดหนังยาง เราก็จะได้แล้วที่ปาดชั้นดี

3. ล้างรถในตำแหน่งที่จะติดให้สะอาด แล้วเช็ดให้แห้ง เพื่อเป็นการเคลียร์พื้นผิว จะได้ติดได้โดยไม่มีคราบฝุ่นครับ

4. นำ Sticker ลองทาบตำแหน่งที่ต้องการเพื่อ เป็นการ Check ว่าจะได้จุดที่ถูกใจแน่นอนครับ

ฉีดน้ำบริเวณที่จะติด

5. หลังจากนั้น ให้ฉีดน้ำยาล้างจานที่ผสมเเล้วใน Foggy ฉีดตรงตำแหน่งที่ต้องการ

6. ลอกสติกเกอร์ออกมาจากแผ่นแล้วทำการแปะลงบนบริเวณที่เราได้ฉีด Foggy ลงไป

7. เมื่อติดแล้วสามารขยับตำแหน่งได้ตามต้องการ สติกเกอร์ที่เปียกน้ำยานี้ จะยังไม่เหนียวสามรถขยับได้ตามต้องการ

8. ใช้บัตรที่เร DIY ขึ้นมา ทำการไล่ฟองกากาศออกไปให้หมดครับ

9. เพื่อความเนียน สามารถใช้ไดร์เป่าเพื่อให้สติกเกอร์เรา แห้งสนิท สวยงามครับผม

10. เสร้จแล้วครับปม ง่ายมากๆเลย

Page https://www.facebook.com/kumaridelam/

16 เดือน บน Lambretta TV175 Serie2 จากประเทศไทย ไป อิตาลี กับ อาจารย์ อินสนธิ์ วงศ์สาม

วันนี้พี่หมีพามาเล่าประวัติ อ.อินสนธิ์ วงศ์สาม กันนะครับ

16 เดือน บน Lambretta TV175 Serie2 จากประเทศไทย – อิตาลี กับ อาจารย์ อินสนธิ์ วงศ์สาม [ศิลปินแห่งชาติ สาขาสาขาทัศนศิลป์ ปี พ.ศ. 2542] เรื่องราวของคนตามฝัน กับรถ Lambretta บนเส้นทางอันแสนยาวไกลเมื่อกว่า 40 ปีที่แล้ว

ชีวิตวัยเด็กของผมไม่ต่างจากเด็กต่างจังหวัดทั่วไป พ่อ ผมเป็นผู้จุดประกายความเป็นศิลปินให้ตั้งแต่วัยเยาว์ จะเรียกว่าท่านเป็นศิลปินท้องถิ่นใน อ.ป่าซาง จ. ลำพูน ก็ว่าได้ ท่านรักวานด้านหัตกรรม งานที่คุ้นตาของผมเป็นงานออกแบบเครื่องเงินแบบท้องถิ ่น และยังชอบเรื่องโหราศาสตร์ ท่านเคยให้ผมวาดภาพ 12 นักษัตรที่ใช้ประกอบภาพร่างในปฏทินเกี่ยวกับการพยากร ณ์ ผมมีโอกาสได้ช่วยงานด้านหัตกรรมเกี่ยวกับ ประติมากรรม งานไม้ แกะสลัก และเครื่องเซรามิค หลังจากที่สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมปลาย ผมอยากเรียนต่อทางด้านศิลปะ แต่กลับไม่มีแนวทาง กระทั่งวันหนึ่งพบกับรุ่นพี่ที่ชื่อ ทวี เขาศึกษาที่ศิลปกรในกรุงเทพฯ เขาแนะให้ผมเข้ากรุงเทพฯ เรียนที่โรงเรียนเตรียมศิลป์ ก่อนที่จะเข้าศิลปกรต่อไป

ผมไม่รู้จักกรุงเทพฯ ตอนนั้นอายุ 18 ปี [2497] ผมเห็นอนาคตในกรุงเทพฯ และตั้งใจที่จะเป็นศิลปินอย่างที่ต้องการผมเข้าเรียน ที่โรงเรียนศิลปะศึกษา [เตรียมมหาวิทยาลัยศิลปากร] และโชคดีที่ได้เรียนกับท่าน อาจารย์ศิลป์ พีระศรี [นามเดิม ซี. เฟโรจี ชาวอิตาเลียน/ 2436-2505] ผมเริ่มที่จะเข้ามารับรู้ถึงงานศิลปะอย่างจริงจังและ หล่อหลอมให้ผมมีความชอบที่ไม่อาจถอนได้แล้ว หลังจากนั้น 2 ปี ผมเข้าเรียนที่ศิลปากร และมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับท่านอาจารย์ ศิลป์ พีระศรีตลอด 5 ปีเต็ม ผมเรียนในสาขา จิตรกรรมและประติมากรรม

2504 หลังจากจบการศึกษา ผมได้รับเงิน 800 บาท ที่ได้จาก Bangkok Art Center ผมใช้เงินเพื่อเดินทางท่องเที่ยวทั่วประเทศไทย เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์และสร้างสรรค์งานศิลปะตามท ี่ต่างๆได้เรียนรู้ถึงวิถีทางการดำเนินชีวิตในแง่ต่า งๆ

หลังจากนั้นก็เกิดความคิดขึ้นมาในหัวว่าอยากที่จะเดิ นทางรอบโลก ผมอยากไปที่ฟลอเรน อิตาลี สถานที่เกิดท่านอาจารย์ศิลป์ พีระศรี แต่ไม่รู้ว่าจะเดินทางอย่างไรดี ผมเจอกับสุพัฒน์ การะศิลป์ เขาทำงานที่ ททท. ในงานแสดงศิลปะเราพูดถึงการเดินทางรอบโลก เขาอยากไปกับผมแต่เราไม่มีเงิน เขามีรถแต่ทว่าก็เก่ากลัวว่าจะไปไม่รอด อยากใช้รถใหม่แต่ก็ราคาสูงมาก สุดท้ายหลังได้รับการแนะนำจาก อาจารย์ศิลป์ พีระศรี เราตกลงจะใช้รถ Scooter เราจึงทำโครงการเสนอที่ Berlie Jucker Company [ดีลเลอร์ของ Lambretta]

เพื่อขอการสนับสนุนซึ่งผู้จัดการเขาเป็นเพื่อนกันกับ ท่านอาจารย์ศิลป์ พีระศรี เราบอกเขาว่าจะเดินทางไปอิตาลีโดยใช้ระยะเวลา 3 เดือน หลังจากนั้น เขาก็ให้รถ Lambretta TV175 Serie II เรามา 1 คัน แต่เราต้องการใช้รถ 2 คัน เลยต้องซื้อเพิ่มอีก 1 คัน แต่ก็ยังดีที่ซื้อได้ครึ่งราคา เราไม่มีความรู้ทางช่างก็ต้องให้แมคานิคที่นี่สอนเกี ่ยวกับการซ่อมบำรุงเอาชนิดที่เป็นเร็วๆและแนวทางที่ง ่ายที่สุดหลังจากได้รถอย่างที่ต้องการก็ถึงคราวต้องห าค่าใช้จ่าย เราได้รับการสนับสนุนจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย[ททท.] และเพื่อนๆที่ศิลปากรที่อยากให้เราสร้างฝันให้สำเร็จ ทั้งสิ้น 30000 บาท และจาก Esso อีก 8000 บาท แล้วเราก็พร้อมเดินทาง

เราทำการดัดแปลงรถ Scooter นั้นเสียใหม่เพื่อให้เหมาะสมกับการเดินทาง มันจะเป็นเสมือนบ้านให้เราตลอดเส้นทาง อุปกรณ์ทำอาหารง่ายๆ ถุงนอน และเสื้อผ้าอีกไม่กี่ตัว ถูกติดตั้งที่ด้านหน้า-หลัง ส่วนด้านข้างนั้นเป็นที่เก็บงานศิลป์ที่พับม้วนกว่า 200 ภาพในกล่องเก็บข้างละ 6 กล่องและอุปกรณ์วาดภาพที่ถูกแพ็คกันน้ำอย่างดีในกระเ ปาหนัง และอุปกรณ์ซ่อมบำรุงอีกเล็กน้อย โดยเฉพาะหัวเทียน 2505 หลังจากการเสียชีวิตของท่านอาจารย์ ศิลป์ พีระศรี ระหว่างพิธีศพผมบอกกับท่านว่าผมจะเดินทางไปบ้านท่านแ ละจะสร้างฝันนั้นให้เป็นจริง หลังจากนั้น 1 อาทิตยื ผมก็ออกเดินทางจากประตูน้ำ การผจญภัยชองผมเริ่มขึ้นแล้ว!!!

เราออกจากกรุงเทพฯ มุ่งลงใต้ จนสิ้นสุดการเดินทางถนนเรียบๆที่ปีนัง เรามาช้าไปเพียงอึดใจ เรือออกไปแล้ว ต้องรอเรื่อข้ามฟากเที่ยวหน้าถึง 1 เดือน เราไม่มีทางเลือก เราต้องรอ มันเป็นความหน้าตื่นตาครั้งแรกในต่างแดน เรารู้ว่ามันสนุกมากและก็ใช้เงินหมดไปอย่างไม่มีแบบแ ผน เราเป็นกังวลอีกครั้งจนคิดว่าจะกลับบ้าน ทว่าก็นึกถึงเพื่อนๆ ครอบครัว ทุกคนที่เกี่ยวข้อง ที่ฝากความหวัง เราจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้เดินทางต่อไป เราสร้างงานและก็ขายงานได้บ้างพอที่จะมีเงินเพื่อใช้ เดินทางต่อ … ในที่สุดเรือก็มา เราเดินทางขึ้นฝั่งที่ Calcata อินเดีย ในเดือนมิถุนายน 2505 มันน่าตื่นตาอีกครั้ง จำได้ว่าผมขับรถ Scooter ทั้งวันกระทั่งค่ำเพื่อชมสถานที่ก่อสร้างที่สวยงามทั ่วเมืองก่อนเข้าพักที่โบสถ์ฮินด ู

เพราะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเราใช้เวลาอยู่ใน Calcata อีก 2-3 วันก็เกิดจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ สุพัฒน์ต้องการกลับบ้าน เขาไม่สนุกกับการเดินทางแล้ว เขาบอกบางทีเขาอาจคิดถึงลูกเล็กๆทั้ง 2 คนที่อยู่กรุงเทพฯ เขาล้มเลิกความฝัน และขาย Scooter พร้อมกับบินกลับกรุงเทพฯ ปล่อยให้การเดินทางเป็นของผมแต่เพียงลำพัง ผมเสียใจมากแต่ก็มุ่งหน้าทำความฝันให้สำเร็จผมขับ Scooter มุ่งหน้าสู่ Delhi อย่างสันโดษ ที่นี่ ผมมีโอกาสพบปะสิ่งใหม่ที่ไม่เคยเจอ เนื่องจากไม่มีเงิน จึงต้องอาศัยพักตามสถานที่ต่างๆ วัด โบสถ์ฮินดู สถานที่แสดงงานศิลป์ สถานทูตไทย ที่นี่ ผมเริ่มได้เพื่อน ได้ที่พัก ได้อาหาร ผมเริ่มรู้สึกว่าตอนนี้ไม่ได้อยู่อย่างโดษเดียวลำพัง อีกแล้ว

อินเดีย เป็นเมืองที่น่าอยู่ มีขนบธรรมเนียมที่ดีงามเราเคยรับรู้ผ่านทางตัวหนังสื อเท่านั้น ผมมีโอกาสจริงได้เจอที่ประสูติของพระพุทธเจ้าที่เรีย กว่า Bodh-Gaya ผมใช้เวลาในอินเดียถึง 2 เดือน ผมรักที่นี่ จนทำใจได้ยากที่จะจากไป ผมมุ่งหน้าขึ้นเหนือสู่ Lahore มันเป็นประสบการณ์ใหม่ ในดินแดนของมุสลิม แต่ผมไม่มีเงิน ผมต้องขายงานที่สร้างขึ้นในอินเดียบางส่วน ผมโชคดี งานผมขายได้ผมมีทุนรอนที่จะเดินหน้าต่อไป ระหว่างเส้นทาง ผมอยากที่จะเปิดแสดงงานไปด้วย บางที่ก็ได้รับการตอบสนอง บางที่ก็ต้องแสดงกันข้างๆรถนี่ล่ะ บ้างก็ได้รับความสนใจ บ้างก็ต้องผิดหวัง แต่ก็ไม่สิ้นหนทางเสียทีเดียว ในเดือนตุลาของปี 2505 ผมมีโอกาสได้แสดงงานใน Karachi หลังจากได้รับการประสานงานจากเพื่อนใน Lahore ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จ ที่ Karachi ผมได้เจอ ปรีชา บางน้อย เพื่อนรุ่นพี่ที่ศิลปากร เขาฝากฝังผมผ่านจดหมายไปให้เพื่อนของเขาในสถานที่ต่า งๆ

ก่อนมุ่งหน้าเข้าสู่ดินแดนตะวันออกกลางนามTeheran ประเทศอิหร่าน ในเดือนธันวาคม 2505 อากาศในทะเลทรายแปรปรวนมากระหว่างกลางวัน-กลางคืน มันเหมือนอยู่กันคนละโลก อย่างไรเสียมันเป็นสภาวะที่ผมต้องเผชิญและต้องผ่านมั นให้ได้ด้วย ในTeheran ผมไม่มีเงินเลย ต้องขอความช่วยเหลือจากองค์การ UNISCO และได้รับการช่วยเหลือโดยเข้าทำงานที่การท่องเที่ยวข องอิหร่าน ผมได้รับงานออกแบบโปสเตอร์โปรโมตการท่องเที่ยว ผมเสนองานด้วยภาพพิมพ์ขนาดใหญ่ ซึ่งเขาเองก็พอใจมากอยากให้ผมนำเสนองานรูปแบบอื่นๆอี กหากต้องการ

แต่ผมก็ต้องปฏิเสธเพราะยังคงรักษาคำมั่นที่จะต้องเดิ นทางให้บรรลุวัตถุประสงค์ ผมกับปรีชาได้แสดงงานในแกลเลอรี่ใน Teharan กับเพื่อนอีก 2-3 คน งานของเราขายได้เริ่มมีคนรู้จัก เราเริ่มที่จะมีเงินใช้สอย แต่สุดท้ายก็ต้องตัดสินใจแยกทาง ปรีชามุ่งหน้าด้วยรถไฟสู่เยอรมันนี ส่วนผมกับ Scooter คู่ใจต้องมุ่งหน้าสู่ Istanbul ประเทศตุรกี

ที่ตุรกี ผมเลือกที่จะเดินทางในเวลากลางคืนเนื่องจากสภาพอากาศ ไม่ร้อนอบอ้าวและ ผมก็จะพบกับเมืองใหม่ๆในเช้าของทุกวันผมไม่รู้จักเส้ นทางดีมากนักจึงอาศัยวิ่งตามเส้นทางของพวกรถบรรทุก ที่นี่ภาวะเดิมๆนั้นกลับมารุมเร้าอีกเช่นเคย ผมไม่มีเงิน ไม่รู้จะทำอย่างไรดี ผมหิวแต่กลับไม่มีอาหารอะไรเหลืออยู่เลย ผมโชคดีได้เจอกับสาวตุรกีคนหนึ่ง เธอสนใจงานผมเธอไม่ได้ซื้องานผม เธอพาผมไปกินอาหารที่ร้านเพื่อนของเธอ เธอยังเชื่อมั่นในงแนวทางที่ผมทำ ซ้ำยังประสานงานให้ผมได้แสดงงานในเมือง เรายุติความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเพื่อน ณ. ตรงนั้น ก่อนจะพัฒนาความสัมพันธ์ไปสู่…แต่กลับรักษามันได้เพียง 2 เดือน จากเหตุผลที่พันธนาการต่อการเดินทางที่ยังไม่สิ้นสุด

ผมถือใบขับขี่สากล กับหนังสือรับรองพร้อมใบผ่านแดนที่ออกให้จากกรมตำรวจ และราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย [ร.ย.ส.ท.] ผมและ Scooter คู่ชีพจะเดินทางไปที่ไหนก็ได้ในโลกนี้ แต่บางที่กลับไม่ได้รับความสะดวกเนื่องจากเขาเองก็ไม ่เชื่อว่าผมกับ Scooter คันนี้จะเดินทางได้จริงๆ มันเป็นไปไม่ได้ ต้องทำการตรวจสอบอย่างละเอียด อย่างในตรุกีที่เส้นทางเต็มไปด้วยหิมะ ผมต้องรอใบผ่านแดนนานมาก ด้วยเหตุผลที่ว่า เขาไม่เชื่อว่าผมจะเดินทางข้ามทวีปจากเอเชียมายุโรปไ ด้ด้วย Scooter คันเล็กๆนี้ แต่สุดท้ายก็ต้องยอมหลังจากหลายฝ่ายต่างให้ข้อมูลสนั บสนุน

สวรรค์ทรงโปรดอีกครั้งหลังจากเดินทางมาถึงกลางตุรกี ผมได้รับเงินจาก Esso อีก 200 $ งานผมที่กรุงเทพฯขายได้ ผมมุ่งหน้าสู่ Athen ประเทศกรีซ ประเทศนี้สวยมาก อากาศดี น้ำทะเลสีฟ้า ผู้คนก็ดูเป็นมิตร ผมหลงรักกรีซเข้าอีกแล้ว ผมขับ Scooter ชมความงาม ทั้งวัน ทั้งคืนและก็วาดภาพจากสถานที่แห่งนี้มากด้วย ผมอยู่ที่นี่ 2 เดือน ก่อนที่จะได้มีโอกาสแสดงงานอีกครั้ง ที่งานแสดงผมพบเพื่อนศิลปินชาวนิวยอร์กที่ชื่อ Alexander ซึ่งอยู่ระหว่างการท่องเที่ยวหลังจบการศึกษา

เขาสนใจงานผมและต้องการที่จะได้เป็นเจ้าของ เขาไม่มีเงิน แต่ผมก็ขายให้ไปในราคาที่ถูกมากๆ และก็ให้ผ่อนเป็นรายเดือนอีกด้วยเราสนทนากันถูกคอมาก เราแลกเปลี่ยนทรรศนะด้านงานศิลป์ เราตัดสินใจร่วมทริปกันสู่เกาะ Corfu ทางตอนใต้ของกรีซ เรามีช่วงเวลาที่ดีซึ่งกว่าจะรู้ตัวก็ปาเข้าไป เดือนที่ 6 ผมใช้ชีวิตแบบชาวประมง มันเป็นวัตถุดิบอย่างดีในการสร้างงานศิลป์ ผมยังจำ กลิ่นอายของคาวปลาและวิธีทางที่เรียบง่าย สงบนิ่งมันเป็นแบบอย่างที่เราไม่เคยเจอ ที่นี่เปรียบเสมือนบ้านอีกหลังที่เปี่ยมไปด้วยความสุ ขใจ

Lambretta คันเล็กๆของผมมันก็สุดยอดเราร่วมเดินทางกันมาตั้งแต่ ต้นจนจบ ไม่มีเกเรให้ต้องรำคาญใจ มีเฉพาะการแก้ไขเล็กๆน้อยๆที่พอรับมือ ครั้งหนึ่งผมนำ Scooter เข้าเช็คเข้าเช็คเครื่องยนต์ในอู่เล็กๆแห่งหนึ่งผมบอ กไม่มีเงินให้เขาหรอก เขากลับบอกว่า เขาก็ไม่ต้องการเงินเช่นกัน ผมจึงให้งานศิลป์ของผมแทน มันเป็นความทรงจำที่ดี แถมยังได้อาหาร ที่พักและการสอนภาษาให้อีกด้วย ผมนำ Scooter ลงเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากจากCorfu

มุ่งหน้าBrindisi เมืองท่าสำคัญของอิตาลี ผม..มาถึงแผ่นดินเกิดของท่านอาจารย์ศิลป์ พีระศรีแล้ว ฝันของผมเป็นจริง!! ผมมุ่งหน้าเข้า Romeในเดือนสิงหาคม 2506 ซึ่งมันตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก ที่นี่ผมพบดำรงค์ เพื่อนคนไทยที่อยู่ที่นี่มานานพอควร เราตัดสินใจร่วมทริปกันด้วย Scooter ของผม เราเดินทางไปยังบ้านเกิดของท่านอาจารย์ศิลป์ พีระศรี ที่ Geovenni ใกล้ๆกับ Florence เราถึงบ้านท่านอาจารย์ในเช้าตรู่

ทว่ากลับไม่มีใครอยู่ที่บ้านเรานั่งรอที่บ้านกว่าชั่ วโมงในใจก็ละลึกถึงท่าน บอกท่านว่า ผม พบบ้านท่านแล้ว ที่ Florence ผมตั้งใจจะแสดงงานศิลป์เพื่อบอกเล่าให้ผู้คนรับรู้ว่ า ผมเป็นศิษย์ของท่านอาจารย์ ศิลป์ พีระศรี เกจิศิลปินที่เกิดที่เมืองนี้ ฝันผมเป็นจริง ผมและดำรงค์ได้แสดงงานใน Numero Galley ใน Florence เรากลับในเดือน พฤศจิกายน 2506 ดำรงค์ต้องการอยู่ต่อ เขาอยากที่จะหาที่เรียนศิลปะที่นี่ส่วนผมที่ยังไม่อยากเรียนกลับเกิดแนวคิดใหม่ฝันผมไปไกลถึงยุโรปแล้ว

ผมต้องการเดินทางต่อจึงพา Scooter คู่ชีพเข้ารับการช่วยเหลือที่โรงงานแม่ของ Lambretta ในโรม หวังจะให้เขาเปลี่ยนเครื่องยนต์ให้ใหม่ เพราะอาการเสียงดังที่เครื่องยนต์มันน่าวิตกซึ่งผมคิ ดว่ากว่า 20000 กิโลเมตร เครื่องยนต์มันคงไปไม่ไหวแล้ว ผมได้รับการปฏิเสธ จึงจำใจละทิ้งเจ้า Scooter คู่ชีพ ไว้ที่สถานทูตไทยในโรม เป็นการปิดฉากการเดินทางนานถึง 16 เดือนบนอานรถ Scooter อย่างเป็นทางการ ผม มุ่งหน้าโดยรถไปสู่ Vienna ประเทศฝรั่งเศสใช้ชีวิตเฉกเช่นศิลปินอิสระ ที่หวังเพียงสร้างงานศิลป์ควบคู่กับการดำรงชีวิตในดิ นแดนหลากอารยะธรรม

12 ปีในต่างแดน ตัดสินใจกลับลำพูนในปี 2517 ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายสร้างสรรคืงานศิลป์และร่วมกิจ กรรมเพื่อท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง และได้รับการประกาศเกียรติคุณให้เป็นศิลปินแห่งชาติส าขาทัศศิลป์[ประติมากรรม] ประจำปี 2542 นอกเหนือจากนั้นท่านอาจารย์อินสนธิ์และภรรยา ได้ร่วมกันก่อตั้ง มูลนิธิอุทยานธรรมะและหอศิลป์ จ.ลำพูน[องค์กรร่วมอย่างเป็นทางการของโครงการวัฒนธรรมเพื่อสั นติศึกษาของยูเนสโก้] เพื่อเป็นสถานที่ให้ผู้คนได้พบปะและแลกเปลี่ยนประสบก ารณ์ พัฒนาจิตสำนึกที่ดีเพื่อท้องถิ่นในรูปแบบของการสร้าง สรรค์เชิงอนุรักษ์

ผมเคยกลับมาตามหา Scooter ที่อิตาลีถึง 2 ครั้ง ที่สถานทูตเองก็ไม้มีใครทราบเรื่อง น่าเสียดายที่เพื่อนคันนี้ต้องอันตรธานไปเราคงต้องทิ ้งเวลาให้ล่วงเลยไปนานสถานทูตเองก็มี การบูรณะก่อสร้างสิ่งต่างๆขึ้นใหม่ สำหรับเขา มันก็แค่ซากรถเก่าๆที่ดูเกะกะ สำหรับผม มันมีเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น ซึ่งเราทั้งคู่รู้ดี

Credit > http://www.thaiscooter.com/forums/showthread.php?t=40724#.XamVfXdoSUk

อุปกรณ์ตกแต่ง New Lambretta ทั้งหมดของพี่หมี > http://www.kumaridelam.com/shop/